วิธีการสมัครใช้งาน Google Apps และยืนยันโดเมน
วิธีการลงทะเบียนเพื่อใช้งาน Google Apps for Education ในขั้นตอนแรก

1. เข้าไปที่ https://www.google.com/a/signup/?enterprise_product=GOOGLE.EDU&hl=th#0


2. กรอกรายละเอียดทุกอย่างให้ครบถ้วนและทำการ submit
ทั้งนี้ จะมีให้กรอกทั้งหมด 3 ชั้นตอน

ขั้นตอนที่ 1 จะให้ใส่ข้อมูลเกี่ยวกับผู้สมัคร และข้อมูลของสถานศึกษา

ขั้นตอนที่ 2 ในกรณีที่โรงเรียนมีโดเมน .ac.th เรียบร้อยแล้ว ให้เลือกที่ "ใช้ชื่อโดเมนที่ฉันซื้อไว้แล้ว" แล้วใส่ชื่อโดเมนของโรงเรียนลงไป

ขั้นตอนที่ 3 เป็นการสร้างบัญชี Google Apps for EDU ให้ทำการสร้างชื่ออีเมลแรกของระบบ (จำอีเมลและพาสเวิรด์ที่กรอกไปด้วย) เมื่อกรอกข้อมูลครบถ้วนแล้ว ให้เลือกที่ยอมรับและลงชื่อเข้าใช้ได้เลย ระบบจะพาเราไปยังแผงควบคุม ของ Google Apps for EDU

3. ขั้นต่อไปเป็นการยืนยันโดเมน ให้ทำตามขั้นตอนในเอกสารด้านล่างนี้ได้เลย

วิธีการยืนยันโดเมน GOOGLE APPS FOR EDU ด้วยวิธีอัพโหลด HTML ไฟล์


ความรู้เพิ่มเติม และวิธีการอื่นๆ ที่สามารถใช้ในการยืนยันโดเมน(ลิ้งค์ข้อมูลอาจมีทั้งภาษาอังกฤษและภาษาไทย)

MX Record Set Up
Getting Started Google Apps

คู่มือการสมัครใช้งาน Google Apps หน้า 5 - 14

Domain verification options

สร้าง TXT record (ใช้เวลาไม่เกิน 48 ขั่วโมง หลังจากสร้าง record ใน domain's DNS setting)***วิธีแนะนำ
Upload HTML file (ประมาณหนึ่งชั่วโมงหลังจากอัพโหลดไฟล์ไปยัง web server แล้ว)
เพิ่ม <meta> tag ไปยัง homepage (ประมาณหนึ่งชั่วโมงหลังจากที่ publish แล้ว)
ยืนยันด้วย Google Analytics tracking code (โดยปกติจะไม่เกิน 24 ชั่วโมง) 



Verify additional domains with Google Apps (ถ้ามี)

จัดการ multiple domain with Google Apps
Limitations for multiple domains
หมายเหตุ

        โดเมนที่ผ่านคุณสมบัติในการสมัคร Google Apps Education Edition โดยอัตโนมัติต้องเป็น .edu ถ้าโดเมนของท่านเป็นสถาบันการศึกษา แต่ไม่ได้มีชื่อโดเมนเป็น .edu จะได้รับ Standard Edition ไปโดยอัตโนมัติ ติดต่อเรา เพื่อทำการเปลี่ยนเป็น Education Edition

        ดังนั้นหากสมัคร Google Apps แล้วยังไม่ได้เป็น Education Edition  จะต้องรอการตรวจสอบจาก Google  ก่อนจึงจะเปลี่ยนเป็น Education Edition ได้

การเข้าสู่ระบบ

พิมพ์ http://www.google.com/a/YourDomain ที่ browser เมื่อ YourDomain คือชื่อโดเมนของท่าน เช่น http://www.google.com/a/crmcharity.in.th
ใส่ชื่อและรหัสผ่าน เมื่อผ่านการตรวจสอบโดยระบบแล้วจะพามายังหน้าแรกของระบบ หรือที่จะเรียกกันต่อไปว่า Dashboard
*หากลืมรหัสผ่านให้กดที่ลิ้งค์ Can't access account? ระบบจะพามายังหน้า Forgot your username or password? ในกรณีที่ท่านเป็น Domain Administrator ระบบจะทำการส่ง password ไปยัง email สำรองของท่าน

ฟังก์ชัน fopen()

posted on 05 Sep 2014 14:17 by knowledgeblogs in knowledge

ฟังก์ชัน fopen()
สร้างหรือเปิดไฟล์ ด้วยฟังก์ชัน fopen()

รูปแบบ
fopen(filename , mode)
filename คือ ไฟล์ที่ต้องการทำงาน
mode คือ ลักษณะที่จะทำงานกับไฟล์ 

mode ที่สามารถใส่ได้คือ

mode

คำอธิบาย

r


อ่านอย่างเดียว เริ่มต้นที่ต้นไฟล์

r+


อ่านและเขียน เริ่มต้นที่ต้นไฟล์

w


เขียนอย่างเดียว โดยเปิดขึ้นมาแล้วลบข้อมูลเก่าทิ้ง ถ้าไม่มีไฟล์จะสร้างไฟล์

w+


อ่านและเขียน โดยเปิดขึ้นมาแล้วลบข้อมูลเก่าทิ้ง ถ้าไม่มีไฟล์จะสร้างไฟล์

a


เขียนต่อท้าย โดยเปิดขึ้นมาแล้วเขียนต่อท้ายไฟล์ ถ้าไม่มีไฟล์จะสร้างไฟล์

a+


อ่านและเขียนต่อท้าย โดยเปิดขึ้นมาแล้วเขียนต่อท้ายไฟล์ 
ถ้าไม่มีไฟล์จะสร้างไฟล์

x


เขียนอย่างเดียว โดยสร้างไฟล์ใหม่ ถ้ามีไฟล์แล้วจะreturn error

x+


อ่านและเขียน โดยสร้างไฟล์ใหม่ ถ้ามีไฟล์แล้วจะ return error


อ่านเพิมเติมได้ที่ http://php.net/manual/en/function.fopen.php

 

ตัวอย่าง
<?php

$file=fopen("c:\\welcome.txt","w+");

?>

 

วิธีทำให้เว็บไซต์ติดหน้าแรกในการค้นหาด้วย Google (ทำ SEO)

วิธีทำเว็บไซต์ให้ติดอันดับหน้าแรกๆ ในการค้นหาด้วย Search Engine อย่าง Google หรือที่เรียกว่า การทำ SEO ( SEO เป็นคำย่อของ Search engine optimization)

การค้นหาเรื่องใดๆ ที่ผู้ชมเว็บต้องการทราบ ทำได้โดยพิมพ์คำที่ต้องการค้นหาลงในช่องค้นหา เช่น โฮสติ้งราคาถูก เป็นต้น แล้วกด ค้นหา google ก็จะทำการค้นหาในฐานข้อมูลตนเอง แล้วนำเอาเว็บไซต์ที่มีค่า pr สูง และเว็บไซต์ที่มี keyword ที่ตรงกับคำค้นหามากที่สุดมาแสดงค่ะ  

คำศัพท์ที่ควรทราบในการทำ SEO ให้เว็บไซต์ติดหน้าแรกของ google

  1.  Search Engine (เสิร์ทเอนจิน) คือ เว็บไซต์ที่ใช้ค้นหาข้อมูล เช่น google, yahoo, bing เป็นต้น
  2.  Title (ไทเทิล) คือ คำอธิบายตรงส่วนหัวของเว็บไซต์
  3.  Keyword (คีย์เวิร์ด) คือ คำที่คนใช้ค้นหาสิ่งที่ต้องการทราบ
  4.  Description (เดสคริปชั่น) คือ คำอธิบายย่อๆ ว่าเว็บเราเป็นเว็บเกี่ยวกับอะไร เพื่อให้คนทราบคร่าวๆ ว่าเว็บนี้มีเนื้อหาตรงกับที่ตนเองกำลังสนใจค้นหาอยู่หรือไม่
  5. PR (พีอาร์) ย่อมาจาก Page Rank (เพจแร้ง) คือ ลำดับคะแนนที่ Google ประเมินให้กับคุณภาพของเนื้อหาในหน้าเว็บเพจแต่ละหน้าที่ปรากฎอยู่ในเว็บไซ ต์นั้น ๆ)

การทำเว็บไซต์ให้ติด google หน้าแรกนั้นมีขั้นตอนดังนี้ค่ะ

1. การใส่ Title  และใส่ keyword  และ description ของเว็บไซต์เพื่อให้ search engine อ่านค่าไปแสดงในผลลัพธ์ของการค้นหาได้ง่ายๆ ค่ะ และติดอันดับเร็วค่ะ

เมื่อมีการค้นหาคำใน keywords (คีย์เวิร์ด : เช่น คำว่า โฮสติ้งราคาถูก) google จะนำเว็บที่ตรงกับคำค้นหามาแสดง โดยเรียงตามระดับ PR (page rank) ของ เว็บไซต์ ซึ่ง google จะนำข้อความที่เราเขียนไว้ในส่วน title และใน description มาแสดง ให้ผู้ค้นหาเห็นค่ะ ดังแสดงในภาพด้านล่างนี้ แสดงผลค้นหาเมื่อพิมพ์คำว่า โฮสติ้งราคาถูก โดย google จะนำเว็บ hosttook.com มาแสดงเฉพาะข้อความที่ถูกเขียนอยู่ในส่วนของ title และ description เท่านั้นค่ะ 

ภาพแสดงตัวอย่างการนำ title และ description ของเว็บไซต์ที่มีคีย์เวิร์ดตรงกับคำค้นหามาแสดงในผลการค้นหาของ google

ภาพแสดงตัวอย่างการนำ title และ description มาแสดงในผลค้นหาของ google

ยกตัวอย่าง เช่น
เว็บ www.hosttook.com ต้องการให้ผู้ค้นหาที่หาคำว่า “โฮสติ้งราคาถูก” หาเจอในหน้าแรกๆ ของ Google
ก็ต้องไปกำหนด title, keyword และ description ในเว็บของตนเองให้มีคำว่า โฮสติ้งราคาถูกแทรกอยู่ด้วย ดังนี้ค่ะ

<html>
<head>
<title> โฮสติ้ง 300บาทต่อปี สอนทำเว็บไซต์ฟรี domain 350 บาท Hosting ราคาถูก </title>

หมายเหตุ: โดยปกติหากท่านไม่ได้แก้ตรงนี้ ถ้าเป็นเว็บที่ทำด้วย html ส่วนมากระบบจะแสดงเป็น <title> Untitled Document </title> แล้วเวลาค้นใน google ก็จะเห็นคำว่า untitled document มาแสดงแทนค่ะ

ส่วนถ้าเป็น joomla ก็จะแสดงเป็น คำว่า welcome joomla เป็นต้นค่ะ ดังนั้น จึงต้องเปลี่ยนให้เป็นคำที่ตรงกับเนื้อหาในเว็บไซต์ของท่านแทนค่ะ

<meta name=”keywords” content=”โฮสติ้ง,โฮสติ้งราคาถูก,domain,hosting ราคาถูก,host ถูก” />

<meta name=”description” content=”โฮสถูกดี จดโดเมนราคาถูก ลูกค้าเป็นเจ้าของโดเมน 100% สอนทำเว็บไซต์ฟรี ด้วย vdo สอน joomla wordpress smf โฮสติ้งราคาถูก Hosting ไม่จำกัด domain โฮสติ้งไม่จำกัดดาต้าเบส MySql ftp POP3 email webmail free hosting+domain โฮสถูกๆ จดโดเมนอย่างเดียว ราคาประหยัด hosting ติดตั้ง cms อัตโนมัติ host ถูก โฮสติ้งมี Live Chat suppport แชทสอบถามออนไลน์ hosting ราคาถูก บริการดี 24 ชั่วโมง unlimited web hosting” />

เมื่อมีผู้คนที่ต้องการเช่าโฮสติ้ง+จดโดเมน เพื่อทำเว็บไซต์ ซึ่งมักจะค้นหาด้วย คำว่า โฮสติ้ง หรือ โฮสติ้งราคาถูก หรือ hosting ราคาถูก หรือ host ราคาถูก เป็นต้น google ก็จะนำเว็บนี้ ขึ้นมาแสดงให้ผู้ค้นหาได้เห็นค่ะ

เช่น สมมุติ ท่านจะค้นหา คำว่า โฮสติ้งราคาถูก ในการค้นหาของ google ดูโดยพิมพ์คำว่า โฮสติ้งราคาถูก ในช่องค้นหา แล้วกดค้นหา google ก็จะนำเอาผลการค้นหามาแสดงให้เห็น โดยจะเอามาแสดง 2 ส่วนคือ คำที่อยู่ในส่วนของ title และ description ค่ะ เช่น เมื่อ google เอาเว็บไซต์ของ hosttook.com มาแสดง google ก็จะเอาข้อความว่า “โฮสติ้ง 300บาทต่อปี สอนทำเว็บไซต์ฟรี domain 350 บาท Hosting ราคาถูก ” ซึ่งอยู่ในส่วนของ title มาแสดงค่ะ และแถวที่สองจะเอาคำที่เราใส่ไว้ในส่วนของ description คือ “โฮสถูกดี จดโดเมนราคาถูก ลูกค้าเป็นเจ้าของโดเมน 100% สอนทำเว็บไซต์ฟรี สอน joomla wordpress โฮสติ้งราคาถูก Hosting ไม่จำกัด domain โฮสติ้งไม่จำกัดดาต้าเบส” มาแสดงค่ะ

คำแนะนำในการใส่ title , keyword และ description ในบทความของเว็บไซต์ 

โปรดใส่ title , keyword และ description ในทุกหน้าของเว็บไซต์ท่าน โดยแต่ละหน้า ห้ามมี title, keyword และ description ที่ซ้ำกันเด็ดขาด เพราะ google จะมองเป็น Duplicate Content ค่ะ

2. การใส่เนื้อหาที่มีส่วนของคำในคีย์เวิร์ด แล้วเน้นตัวหนา ให้ google รู้ว่าเป็นคำสำคัญ ด้วย tag head1 เช่น <H1> โฮสต์ถูก บริการเช่าโฮสติ้งราคาถูก รับจดโดเมนราคาถูก ลูกค้าเป็นเจ้าของโดเมนร้อยเปอร์เซ็นต์ </H1>

3. หลีกเลี่ยงการออกแบบเว็บไซต์ด้วย Flash หรือรูปภาพเยอะ เพราะ search engine บางตัวไม่อ่านไฟล์ flash ดังนั้น หลีกเลี่ยงการใช้ flash หรือรูปภาพ มีได้บ้างเล็กน้อย แต่อย่าทำทั้งเว็บ เพราะ Search engine อ่านได้แต่ตัวอักษรหรือ html ปกติเท่านั้น (อาจมี search engine บางตัวบอกว่าอ่าน flash ได้แต่น้อยมาก ดังนั้นจึงควรหลีกเลี่ยง และใช้เฉพาะที่จำเป็นเพียงบางจุดเพื่อให้โด่ดเด่นเท่านั้นค่ะ)

4. หลีกเลี่ยงการออกแบบเว็บไซต์โดยการใช้เฟรม < iframe >การใช้เฟรม ก็เป็นการออกแบบเว็บไซต์อีกแบบที่ Search Engine อ่านข้อมูลในเว็บไซต์เรา แล้วไม่เจอ ดังนั้น หลีกเลี่ยงการใช้เฟรม

5. ใช้ keyword ที่บริเวณ ลิงค์เชื่อมโยงมาตรฐาน (Standard Text Link)
คือการเชื่อมโยงในลักษณะ การใช้ Text link เป็นตัวเชื่อมโยง แล้วแทรก Keyword ผสมเข้าไปด้วยตัวอย่าง การเขียนโค๊ดคำสั่ง html ในการทำลิ้งค์ <a> href=”http://www.โดเมนถูก.com/” จดโดเมนราคาถูก </a>

6. ควรตั้งชื่อไฟล์รูปภาพ และใส่คำอธิบายให้กับภาพทุกภาพบนเว็บไซต์ เพราะระบบของ google ไม่อ่านภาพแต่จะอ่านชื่อรูปภาพและคำอธิบายภาพแทน เช่น รูปโลโก้เว็บไม่ควรปล่อยให้เสียโอกาส ควรตั้งชื่อให้มีส่วนของ keyword ด้วย เช่น logo-Hosttook.jpg (เพราะคีย์เวิร์ดเรามีคำว่า host อยู่) และเน้นย้ำรูปภาพด้วย keywords ซ้ำ ด้วย tag Alt ตัวอย่างการใช้งาน : <img src=”http://www.hosttook.com/images/logo-Hosttook.jpg” alt=”โฮสต์ถูก โดเมนถูก ถูกเงิน ถูกใจ สบายกระเป๋า” />

7. จด Domain name ด้วย Keyword
(Domain name registation) การใช้ Keyword หลักของเว็บในการจด Domain name นั้น หากทำได้ดีถือว่ามีชัยไปกว่าครึ่งแล้ว เพราะระบบ google จะมองที่ domain เป็นสำคัญ เช่น:

ตัวอย่าง

ชื่อโดเมนภาษาอังกฤษ คือ hosttook.com และชื่อโดเมนภาษาไทย คือ โดเมนถูก.com


http://www.hosttook.com ซึ่งตรงกับคีย์เวิร์ด คำว่า host

 

http://www.โดเมนถูก.com ซึ่งตรงกับคีย์เวิร์ด คำว่า โดเมนถูก

 

.

ถ้ามีคนที่ต้องการเช่าโฮสติ้งและจดโดเมน เนม ค้นหาด้วยคำว่า “โฮสต์ถูก” หรือ “โดเมนถูก” ใน google เว็บเหล่านี้ก็จะถูก google นำมาแสดงให้ผู้ค้นหาเห็นแน่นอนค่ะ เพียงแต่จะอยู่หน้าแรกหรือไม่นั้น ขึ้นกับเว็บนั้นได้ทำตามหลัก SEO ได้ครบถ้วนแค่ไหนเท่านั้นค่ะ

ท่านสามารถจดโดเมนเป็นชื่อ ภาษาไทย หรือ ชื่อภาษาอังกฤษก็ได้ค่ะ ขึ้นกับคีย์เวิร์ดที่ต้องการใช้ค่ะ

8. การเพิ่มลิ้งก์เข้าไปในฐานข้อมูลของ Google โดยตรง โดยคลิ๊กเข้าไปที่http://www.google.com/addurl/ เพื่อ add ชื่อเว็บไซต์ของเรา เพื่อให้ google เข้าไปเก็บข้อมูลและเนื้อหาของเราและใส่เว็บไซต์ของเราลงไปในฐานข้อมูลของ google

9. สมัครใช้ google analytics กับตัว google เองเลยค่ะให้ google คอยเก็บสถิติเว็บไซต์ให้เราค่ะ โดยเข้าไปสมัครได้ที่นี่ค่ะ http://www.google.com/intl/th/analytics/sign_up.html

10. แลกลิงค์กับเว็บไซต์อื่นๆ การแลกลิงค์ (Link Exchange) โปรดติดต่อขอให้เว็บไซต์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับเรา ส่ง link มาให้เราแปะที่เว็บเรา และทางเว็บไซต์ของเราเองก็ส่ง link กลับไปให้ทางเว็บไซต์ของเขาแปะที่เว็บของเขาด้วยเช่นกันค่ะ เมื่อมีผู้เข้าชมคลิ๊กลิงค์มาที่เว็บเราเยอะๆ google จะให้คะแนนความนิยม (PR) กับเราค่ะ

11. ทำ Site Map (ไซต์แมบ) ให้กับเว็บไซต์ของคุณ การทำ Site Map นี้ จะช่วยให้ เมื่อระบบของ google วิ่งมาในเว็บไซต์เราแล้ว รู้ว่า ควรจะไปทางไหน เหมือนกับเป็นแผนที่นำทาง พา google ไปเยี่ยมชมเว็บไซต์เราให้ครบทุกจุดค่ะ โดยท่านสามามารถใช้บริการรับทำ site map ฟรีได้ที่ http://www.xml-sitemaps.com/
เมื่อทำเสร็จแล้วจะได้ไฟล์ชื่อ sitemap.xml แล้วทำการอัพโหลดไปไว้ที่ public_html ของเว็บท่านค่ะ แล้วล็อกอินเข้า googlewebmaster tools แล้วไปกด submit sitemap

12. ทำไฟล์ robots.txt แล้วอัพโหลดไปไว้ public_html เปิด notepad ขึ้นมา แล้วพิมพ์ข้อความดังนี้ค่ะ

User-agent: *
Allow: /

เสร็จแล้วกด save ไฟล์เป็นชื่อ robots.txt แล้วอัพโหลดไปไว้ใน public_html ค่ะ

13. การทำ signature (ซิกเนเจอร์) หรือลายเซ็นต์แปะไว้ด้านล่างของกระทู้ที่เราตั้งหรือตอบตาม เว็บบอร์ดต่างๆ ค่ะ การทำ Signature นั้น เป็นลักษณะของการทำ One way link ซึ่ง google จะชอบมากค่ะ โดยเราสามารถทำ signature ได้ง่ายๆ โดยอาจทำใน e-mail ของเราเอง เพราะเมล์บางฉบับที่เราส่ง fwd ต่อๆ กันไปนั้น อาจจะมีคนสนใจแล้วคลิ๊กเข้ามาที่เว็บไซต์เราค่ะ หรือ อาจจะทำ signature ตาม web board โดยเลือกสมัครและโพสต์ในเว็บดังๆ ที่มี PR สูง เช่น พวก sanook หรือ pantip หรือเว็บบอร์ดที่เราเข้าอ่านประจำค่ะ เช่น ดิฉันชอบเข้า thaiseoboard บ่อยๆ ดิฉันก็เข้าไปโพสต์ไว้ที่ thaiseoboard ค่ะ เมื่อเราไปโพสต์ตามกระทู้ต่างๆ และมีคนเห็น ลายเซ็นต์ของเรา แล้วสนใจคลิ๊กเข้ามา ก็เป็นการเพิ่ม traffic ให้เว็บของเราค่ะ และคะแนนความนิยม (PR) ของเว็บเราก็เพิ่มขึ้นค่ะ (แม้ บางเว็บบอร์ดมีการตั้งค่าไม่ให้ bot วิ่งตามลิ้งค์ เราก็อาจไม่ได้ผลประโยชน์การทางค้นหาใน google เท่าไหร่ แต่อย่างไรก็ตาม เรายังได้โฆษณาสินค้าและบริการของเราค่ะ เราได้โฆษณาเว็บไซต์เราให้เป็นที่รู้จักของคนบนโลกอินเตอร์เน็ต ซึ่งคนที่เข้ามาอ่านในเว็บบอร์ดนั้นๆ หรือค้นลิ้งค์เจอตาม google ก็จะได้มาเจอกับคำโฆษณาของเรา หากเขาสนใจในสินค้าและเว็บของเรา คนเหล่านั้นก็จะคลิ๊กตามลิ้งค์เข้ามาซื้อสินค้ากับเราค่ะ เป็นการเพิ่มช่องทางขายได้อีกทางค่ะ) ตัวอย่างการใช้ signature ในเว็บบอร์ดตามภาพด้านล่างนี้ค่ะ

ภาพลายเซ็นต์ของ hosttook.com ในเว็บบอร์ด

ภาพแสดงตัวอย่างการใส่ signature (ลานเซ็นต์)ในส่วนท้ายของกระทู้ที่เราไปโพสต์หรือไปตอบในกระทู้ต่างๆของเว็บบอร์ด

 

14. การเขียนบทความในเว็บไซต์บ่อยๆ เพื่อให้เป็นเว็บไซต์ที่ google มองเห็นว่าเป็นเว็บที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา จะได้เข้ามาเก็บข้อมูลบ่อยๆ ค่ะ เช่น หากท่านทำเว็บไซต์ขายกระเป๋า ท่านต้องเขียนบทความเกี่ยวกับการดูแลรักษากระเป๋า หรือบทความแนะนำการเลือกซื้อกระเป๋า เป็นต้น ให้คนได้อ่านบ่อยๆ ค่ะ เขียนได้ทุกวันยิ่งดีคะ เพราะเว็บที่มีการปรับปรุงบ่อยๆ จะทำให้ bot ของ google วิ่งเข้ามาเก็บข้อมูลทุกวัน และท่านก็จะมีคีย์เวิร์ดจากบทความไปเก็บไว้ในฐานข้อมูลค้นหาของ google เยอะแยะเลยค่ะ ต่อไปคนค้นหาอะไรที่เกี่ยวกับกระเป๋า google ก็จะเอาเว็บไซต์ท่านขึ้นมาแสดงค่ะ

15. การ ทำ vdo แปะเว็บที่มี pr สูง (พีอาร์ หรือ เพจแร้ง : Page Rank คือลำดับคะแนนที่ Google ประเมินให้กับคุณภาพของเนื้อหาในหน้าเว็บเพจแต่ละหน้าที่ปรากฎอยู่ในเว็บไซ ต์นั้น ๆ) เพื่อเอา backlink pr สูง มาที่เว็บไซต์ของท่านค่ะ เช่น ทำวีดีโอต่างๆ แปะที่ youtube หรือ facebook ค่ะ ท่านก็จะได้ backlink ลิ้งค์กลับจาก youtube และ facebook มาที่เว็บไซต์ท่านค่ะ แล้วเว็บไซต์ท่านก็จะได้พีอาร์(pr) เพิ่มขึ้นค่ะ :) happy happy :)

 

 

ติด google หน้าแรก

ติด google หน้าแรก ไวๆ นะคะ

ขอพรให้เว็บไซต์ของผู้อ่านทุกท่านได้ติดหน้าแรกในการค้นหาด้วย google ค่ะ

วิธีการเปิดบัญชี Paypal

posted on 16 May 2013 15:58 by knowledgeblogs in knowledge
วิธีการเปิดบัญชี Paypal
 
-
PayPal เป็นธนาคารออนไลน์ระดับโลก ความปลอดภัยสูงที่สุด และที่สำคัญเปิดใช้ได้ฟรี

สิ่งที่จำเป็นสำหรับการสมัคร paypal คือ บัตรเครดิต ดังนั้นถ้ายังไม่มี ก็จะไม่สามารถสมัครได้อย่างสมบูรณ์ 
แนะนำให้เตรียมบัตรมาให้พร้อมก่อน จึงมาสมัคร
 
ถ้าไม่มีบัตรเครดิต บัตรที่สามารถใช้แทนได้มีดังนี้
1. ถ้าท่านมีบัญชีของธนาคารกรุงเทพ ให้ไปติดต่อสาขาที่ท่านเปิดบัญชี เพื่อขอทำบัตรบีเฟิร์สและอย่าลืมสมัครใช้ ไอแบงค์กิ้ง (ธนาคารทางอินเตอร์เน็ต)ด้วย และต้องบอกกับธนาคารกรุงเทพสาขาที่คุณไปเปิดบัตบีเฟริสว่า สมัครแบบสั่งซื้อสินค้าออนไลน์หรือนำมาสมัคร Paypal ได้ และจะต้องเป็นบัตรที่มีเลข CVV หรือ (CSC) หลังบัตรบัตรปีเฟริส์เท่านั้น คุณถึงจะนำมาสมัคร Paypal ได้
----------------------------------------
2. ถ้าท่านมีบัญชีของธนาคารกสิกรไทย (หรือถ้าไม่มีก็ไปเปิดบัญชีได้นะครับ) ให้ไปติดต่อที่ธนาคารเพื่อขอใช้บริการ K CYBER Banking
(ธนาคารทางอินเตอร์เน็ต) และหลังจากนั้นท่านสามารถนำมาสมัคร K webcard เพื่อได้รหัสนำไปสมัคร Paypal

อ่านรายละเอียดวิธีการสมัคร K webcard และการยืนยัน คลิ๊กเลย 
----------------------------------------
หลังจากได้บัตรแล้ว สามารถนำมาสมัคร Paypal ตามขั้นตอนข้างล่างต่อไป
*** ถ้ามีบัตรเครดิตอยู่แล้ว ขั้นตอนการสมัครบัตรทั้ง 2 อย่างไม่จำเป็นต้องทำ ***
 
  ขั้นตอนที่ 1. กรอกแบบฟอร์ม

แต่ละขั้นตอนจะทำต่อเนื่องกัน อย่าข้ามขั้นตอน
*ไม่จำเป็นต้องทำให้เสร็จในคราวเดียว ทำให้เสร็จเป็นอย่างๆ ทีละหัวข้อก็ได้

เริ่มการสมัคร
1. คลิ๊กที่แบนเนอร์  
 
 
 
  .  
 
 
     
  2. กด start now  
 
 
 
 
 
     
  แล้วเลือกเปิดบัญชี Paypal แบบไหน เพื่อให้เหมาะสมกับคุณ มาทำความเข้าใจบัญชีแต่ละประเภทกัน  
  * Personal Account
บัญชีประเภทนี้จะเป็นบัญชีสำหรับบุคคลธรรมดา ครับใช้ในการจัดเก็บเงินเท่านั้นครับ หมายถึงว่าคุณสามารถเปิดเพื่อให้คนอื่น ส่งเงินมาให้คุณอาจเป็นค่าอะไรก็ได้ หรือ ไม่ก็ค่าจ้างอะไรต่าง ๆ หนะครับ เป็นบัญชีที่คุณจะเสียค่าธรรมเนียมต่าง ๆ น้อยที่สุดครับ คุณรับเงินจะไม่เสียค่าธรรมเนียม แต่ถ้าคุณส่งเงินให้ผู้อื่นจะเสียปกติ อ้อ..ขอบอกอีกนิดหนะครับบัญชีประเภทนี้ไม่สามารถทำธุรกิจได้หนะครับ หมายถึงว่าคุณอาจไม่สามารถใช้งานเครื่องมือต่าง ๆ ได้ (อ้าว..แล้วจะใช้อะไรหละ ใจเย็นไว้ครับเดียวดูตัวต่อไปครับ) แต่คุณสามารถอัพเกรด เป็นบัญชีอื่น ๆ ได้ครับ
 
 

* Permier Account
บัญชีประเภทนี้ เหมาะสำหรับการทำธุรกิจ สำหรับบุคคลธรรมดา (เหมาะกับเราครับ) เพราะคุณสามารถใช้เครื่องมือต่าง ๆ ได้อย่างเต็มสมบูรณ์ และ ก็ต้องเสียค่าธรรมเนียมตามกฏเกณฑ์ของ PayPal ปกติ ผู้ที่จะสมัครเพื่อใช้ในการทำธุรกรรม ออนไลน์ ผมแนะนำว่าให้สมัครเป็นบัญชีนี้ครับ เพราะจะไม่ยุ่งยากอะไรนัก แถมรวดเร็วด้วย

 
 

* Business Account
เป็นบัญชีที่เหมาะกับธุรกิจต่าง ๆ หรือ กิจการต่าง ๆ สำหรับใช้ในการทำธุรกิจออนไลน์ ต้องมีเอกสารทางธุรกิจประกอบในการสมัคร

 
     
 
 
     
  กรอกเลขบัตรเครดิต ,E-Web Card , บัตรบีเฟริส ให้ครบถ้วน  
  - บัตรบีเฟริส คือ บัตร ATM ของธนาคารกรุงเทพ สามารถนำมาใช้สมัคร paypal ได้ ถ้าใครยังไม่มีให้ ดูรายละเอียดวิธีการสมัครที่นี้  
  - บัตร E-Web Card ดูรายละเอียดวิธีการสมัครที่นี้  
     
  ข้อความและปัญหาที่พบเกี่ยวกับการป้อนบัตรเครดิต  
 

จะมีหลายข้อความแตกต่างกันตามปัญหาที่เกิดขึ้น แก้ไขตามปัญหา ดังนี้ 

You have entered an invalid number or partial credit card or debit card number. please check your entry and try again.
• Expiration Date: Please enter a valid card expiration date.
กรอกเลขบัตรเครดิตผิด ให้กรอกเลขบัตรถูก และวันที่หมดอายุให้ถูกต้อง

 
 
 
 

Your information is incomplete or incorrect. Please correct the fields below and try again.
• Expiration Date: Please enter a valid card expiration date.
กรอกข้อมูลผิด กรุณากรอกให้ถูกต้อง

 
   
 

That card number is already assigned to another